โคลง แบ่งเป็น โคลงสอง โคลงสาม โคลงสี่ ซึ่งจัดเป็นโคลงสุภาพ และยังมีโคลงดั้น อีกหลายชนิด มีชื่อเรียกต่างๆ เช่น โคลงดั้นวิวิธมาลี จัตวาทัณฑี บาทกุญชร นอกจากนั้นยังมีโคลงพิเศษอีกหลายชนิด ได้แก่ โคลงกระทู้ โคลงกลอักษร มีชื่อต่างๆ กัน และโคลงห้า หรือมณฑรคติ ที่ใช้ในประกาศแช่งน้ำพิพัฒน์สัตยา เป็นต้น
โคลงสี่สุภาพ มีลักษณะบังคับของร้อยกรอง ดังนี้
คณะ คณะของโคลง ประกอบด้วย โคลงบทหนึ่งมี 4 บาท บาท 1, 2 และ 3 มีบาทละ 2 วรรค และมีจำนวนคำเท่ากันทั้ง 3 บาท ส่วนบาทที่ 4 ก็มีสองวรรค เช่นเดียวกัน แต่มีจำนวนคำเพิ่มขึ้นในวรรคท้ายอีก 2 คำ
พยางค์และคำสร้อย จำนวนพยางค์หรือคำในโคลงแต่ละบทมีดังนี้
บาทที่ 1 มี 2 วรรค วรรคแรกมี 5 คำ วรรคหลังมี 2 คำ
บาทที่ 2 มี 2 วรรค วรรคแรกมี 5 คำ วรรคหลังมี 2 คำ
บาทที่ 3 มี 2 วรรค วรรคแรกมี 5 คำ วรรคหลังมี 2 คำ
บาทที่ 4 มี 2 วรรค วรรคแรกมี 5 คำ วรรคหลังมี 4 คำ
รวม 4 บาท มีจำนวนคำทั้งหมด 30 คำ
คำสร้อย คือ คำที่แต่งเติมท้ายบาทของโคลงตามข้อบังคับ เพื่อทำให้ได้ความครบ ถ้าโคลงบาทใด ได้ความครบแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องเติมคำสร้อย ตำแหน่งที่กำหนดให้เติมคำสร้อย คือ ท้ายบาทที่ 1 และท้ายบาทที่ 3 คำสร้อยต้องมีแห่งละ 2 คำเสมอไป คำแรกเป็นคำสุภาพที่ต้องการเสริมความให้สมบูรณ์ ส่วนคำหลังมักลงท้ายด้วยคำต่อไปนี้ คือ นา นอ เนอ พ่อ แม่ พี่ เรา แล เลย เอย ฤาฮา แฮ เฮย และอีกคำหนึ่งที่มักพบในโคลงโบราณคือคำ “บารมี” ใช้เป็นคำสร้อยได้ครบพยางค์ไม่ต้องเติมคำอื่
สัมผัส ดูได้จากผัง ดังนี้
0 0 0 0 0 0 0 ( 0 0 )
0 0 0 0 0 0 0
0 0 0 0 0 0 0 ( 0 0 )
0 0 0 0 0 0 0 0 0
การแบ่งวรรคตอน
2 / 3 2 ( 2 )
2 / 3 2
2 / 3 2 ( 2 )
2 / 3 2 / 2
คำเอกและคำโท มีตามตำแหน่งที่เขียนตามผัง รวมทั้งหมด มีคำเอก 7 คำ และคำโท 4 คำ นอกนั้นเป็นคำสุภาพอีก 19 คำ คำสุภาพก็คือคำธรรมดา ไม่จำเป็นต้องเป็น เอก โท จะเป็นเสียงวรรณยุกต์อะไรก็ได้
คำเป็นคำตาย คำตายใช้แทนคำเอกทุกแห่งที่บังคับ ไม่ว่าคำตอบนั้นๆ จะมีเสียงวรรณยุกต์อะไร อาจเป็นคำตายเสียงเอก เช่น จาก โศก คำตายเสียงโท เช่น โชค ลาภ หรือคำตายเสียงตรี เช่น คิด ทรัพย์ เป็นต้น